บล็อกของผู้หญิงคนหนึ่งปรากฎไว้เพียงเรื่องเศร้ามหาศาล
ราวกับทอเนโดได้ถล่มผู้คนที่เธอรักไปหมดสิ้น
ครั้งใดที่ผมเข้าไปอ่าน ผมจะรู้สึกเหมือนเป็นนักโบราณคดีที่เดินย่ำไปบน
ซากปรักหักพังและพร้อมที่จะไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีเพียงเธอที่ร้องไห้ไม่หยุดหย่อน
คุ้ยหาเศษเสี้ยวคำนึงในกองสุมซากประหนึ่งวิญญาณที่ตามหาร่างของตนเอง
กาลเวลาช่วยเธอได้น้อยเหลือ อาจเพราะกาลเวลาทำได้แค่เปลี่ยนวันใหม่ให้ลืมเก่า
แต่เธอเป็นพวกที่ชอบขุดคุ้ยอดีตมาสะสมอย่างนั้นแล้วกาลเวลาจะช่วยอย่างไรเล่า?
ในฐานะนักโบราณคดี ผมทำได้เพียงเก็บซากมาปัดเป่าเพื่อบอกเธอว่า
ไม่มีร่องรอยผู้ใดเหลืออยู่เลย ผมเอาใจช่วยและ
รอวันใดวันหนึ่งเธอจะหายดีและกลับคืนสู่รอยยิ้มอีกครั้ง
เมื่อได้กลับมาถึงบล็อกของตนเอง ผมรู้สึกคลับคล้ายคลับครา
และหงุดหงิดอย่างประหลาด จนได้เข้าใจในที่สุดว่า ผมกับเธอ
เราเป็นคนประเภทเดียวกัน พวกนักสะสมที่ไม่ค่อยรู้ตัว
เป็นพวกคนที่เดินย่ำบนชายหาดแล้วเก็บรอยเท้าของตัวเองไว้
ไม่ยอมให้คลื่นซัด ไม่ยอมให้ลบเลือน
เป็นพวกคนที่หันหลังแล้วอยากเห็นทุกคนอยู่ข้างหลังคอยโบกมือให้ หรือแค่เพียงในคืนวันเดียวดายก็อยากเห็นเพียงเงาใครสักคน
ซึ่งไม่มี
ผมเคยมีประสบการณ์กับคำๆหนึ่งที่มันจะทำให้เข้มแข็งได้บ้าง
หากแต่มันฟังดูเหมือนคำเย้ยหยันและเสียดสี แต่บอกกับตนเองย่อมทนได้
"อย่าอ่อนไหวให้มากนัก" เท่านั้นแหละที่พอจะบอกตัวเองได้
และผมจะรวบรวมความกล้าในวันหนึ่ง
จะบอกกับเธออย่างนั้นสักวันหนึ่ง